วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความลับของอากาศ

  
"สรุปจากกการชม วีดีโอ ความลับของอากาศ"


      อากาศ (atmosphere) คือ ส่วนผสมของก๊าซต่าง ๆ และไอน้ำซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่

 ก๊าซไนโตรเจน และก๊าซออกซิเจน นอกนั้นเป็นก๊าซอื่น ๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อย อากาศมีอยู่

รอบ ๆ ตัวเราทุกหนทุกแห่ง ทั้งบนยอดสูงสุดของภูเขาและในที่จอดรถใต้ดิน อากาศมีอยู่ใน

บ้าน มีอยู่ในโรงเรียนและในรถยนต์ อากาศไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น



    อากาศที่ไม่มีไอน้ำเรียกว่า อากาศแห้ง ส่วนอากาศที่มีไอน้ำปนอยู่ด้วย เรียกว่า อากาศชื้น 

ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศมีอยู่ระหว่างร้อยละ 0-4 ของอากาศทั้งหมด ไอน้ำเป็นส่วนผสมที่สำคัญ

ของอากาศ และไอน้ำก็เป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น ลม พายุ ฟ้าแลบ 

ฟ้าร้อง รุ้งกินน้ำ เป็นต้น


สมบัติของอากาศ   (Properties)

1.อากาศมีตัวตนและสัมผัสได้

2.อากาศมีน้ำหนัก

3.อากาศต้องการที่อยู่

4.อากาศเคลื่อนที่ได้ และเมื่ออากาศได้รับความร้อนจะขยายตัว ลอยตัวสูงขึ้น ทำให้ความหนา

แน่นของอากาศบริเวณนี้ลดลง อากาศบริเวณใกล้เคียงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าความหนาแน่น

มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ ซึ่งเรียกว่า การเคลื่อนที่ของอากาศหรือลม



    อากาศ จะเกิดการเคลื่อนที่อยู่เสมอ บางเวลาเคลื่อนที่น้อย แต่บางเวลาเคลื่อนที่มาก ทำให้

เกิดการเปลี่ยนแปลงอากาศขึ้น ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น มีลมพัด มีเมฆ มีฝนตก 

เป็นต้น

    ถ้าอุณหภูมิสองบริเวณมีความแตกต่างกันมาก จะทำให้ความหนาแน่นของอากาศสอง

บริเวณนั้น ทำให้เกิดลมที่มีกระแสลมพัดมีความเร็วสูง เรียกว่า พายุ ชื่อภาพยุนั้นจะเรียกแตก

ต่างไปตามแหล่งทวีปโลก และตามความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้น ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้เกิด

ความเสียหายมากขึ้น เช่น เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง บ้านเรือนพังทลาย ประชากรเสียชีวิตเป็น

จำนวนมาก

     อุณหภูมิ (temperature) คือ ระดับความร้อนหนาวของอากาศ ถ้าอากาศหนาวอุณหภูมิจะลด

ต่ำลง ถ้าอากาศร้อนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภูมิหรือระดับความร้อนหนาวของ

สิ่งต่างๆ คือ เทอร์โมมิเตอร์ หน่วยของอุณหภูมิใช้หน่วยเป็นองศาเซลเซียส และองศฟาเรนไฮต์


     เทอร์โมมิเตอร์ (thermometer) มีลักษณะคล้ายหลอดแก้ว หัวท้ายปิดมีกระเปาะเล็กๆ อยู่ปลาย

ด้านหนึ่งภายในกระเปาะบรรจุของเหลว เมื่ออากาศร้อนของเหลวจะขยายตัว ทำให้ระดับ

ของเหลวสูงขึ้น เราเรียกว่า อุณหภูมิสูง แต่ถ้าอากาศหนาวของเหลวจะหดตัว ระดับของเหลวจะ

ลดลง เรียกว่า อุณหภูมิต่ำ


     อากาศเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการหายใจของสิ่งมีชีวิต ถ้าขาดอากาศ สิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถ

ดำรงชีวิตอยู่ได้

     อากาศช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะ โดยทำหน้าที่คล้ายเครื่องปรับอุณหภูมิไม่ให้

ร้อนหรือเย็นเกินไป นอกจากนั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกยังทำหน้าที่กรองและดูดรังสีอุลตราไว

โอเลตหรือแสงเหนือม่วงไว้ ไม่ให้ผ่านเข้าสู่โลกชั้นในมากจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งที่มาจากภายนอกโลก เช่น อุกกาบาต ขยะอวกาศ 

ทำให้เกิดเมฆฝน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำเกษตรกรรมในประเทศ

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11

Science Experiences Management for Early childhood

EAED3207 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


Timetable 08.30-12.20 Group 101 No. 31


30nd October 2014



การเรียนการสอน/กิจกรรมในครั้งนี้



กิจกรรมแรกของวันนี้ คือ กิจกรรมดินน้ำมัน จม-ลอย (Clay sink - float)






    ข้อสรุปจากการทำกิจกรรนี้ : ผมสรุปได้ว่าการที่ดินน้ำมันลอยในน้ำได้นั้น เพราะ     

บริเวณพื้นที่ของดินน้ำมันมีรูปทรงที่ทำให้น้ำไม่สามารถเข้ามาได้คือมีมุม ตั้งหรือคล้ายแอ่ง

ทำให้ดินน้ำน้ำมันสามารถลอยได้ ส่วนดินน้ำมันที่จมน้ำเป็น เพราะ รูปทรงเป็นทรงกลม

จึงทำให้ไม่มีมุมในการกันน้ำจึงทำให้จมน้ำ






กิจกรรมที่สองของวันนี้ คือ ดอกไม้บานกลางสายน้ำ (Flowers bloom in the Stream)




ข้อสรุปจากกิจกรรมนี้ : การที่ดอกไม้กระดาษสามารถบานได้ เพราะ กระดาษมีรูที่อากาศ

สามารถเข้าไปแทนที่ได้จึงทำให้น้ำซึมเข้าสู่กระดาษและทำให้ดอกไม้ค่อยๆบาน

เมื่อบานไปเรื่อยๆดอกไม้อาจจม เพราะ มวลของกระดาษมีน้อยทำให้จมน้ำได้





กิจกรรมที่สามของวันนี้ คือ ระดับน้ำพุ่งไกล (The water level rises far)




ข้อสรุปของกิจกรรมนี้ : จากระดับการพุ่งของน้ำทั้งสามระดับสามารถสรุปได้ คือ

น้ำรูที่อยู่ตรงกลางขวดน้ำพุ่งไกลสุด เพราะ เมื่ออากาศเข้ามาแทนที่ทำให้น้ำเกิดแรงดัน

ทำให้น้ำพุ่งได้ไกล  ส่วนรูข้างบนสุดและรูข้างล่างสุดพุ่งไม่ไกลเพราะอากาศมาแทนที่น้อย

กว่ารูที่อยู่ตรงกลางจึงทำให้เกิดแรงดันน้อย




กิจกรรมที่สี่ของวันนี้ คือ การไหลของน้ำ Water flow




ข้อสรุปของกิจกรรมนี้ : น้ำไหลได้นั้น เพราะ เป็นการไหลสู่ที่สูงไปยังที่ต่ำ 

หากเรายกขวดน้ำสูงมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะทำให้น้ำไหลแรงมากยิ่งขึ้น (เหมือนกับเกมกาลักน้ำ)





กิจกรรมที่ห้าของวันนี้ คือ แก้วดับเทียน Glass candle fire




ข้อสรุปของกิจกรรมนี้ : เมื่อเราจุดเทียนตั้งไว้ บริเวณรอบๆเทียนจะมีอากาศ 

หรือ ก๊าซออกซิเจนอยู่ แต่เมื่อเราคว่ำแก้วลงกับเทียนเราจะสังเกตเห็นว่าเทียนจะค่อยๆดับ

เพราะเมื่อเราคว่ำแก้วไปก๊าซออกซิเจนก็จะลดน้อยลง เนื่องจากควันไฟจากเทียน

มีก๊าซคาร์บอนฯ จึงทำให้เทียนดับได้






กิจกรรมที่หกของวันนี้ คือ แก้วน้ำขยายปากกา (Extending a pen mug)




ข้อสรุปจากกิจกรรมนี้ : การที่เราเห็นปากกามีขนาดใหญ่ เพราะ น้ำมีส่วนในการขยายภาพ

จากเลนส์ตาของเรา จึงทำให้เรามองเห็นปากกามีขนาดใหญ่กว่าเดิม




การประเมินผล Evaluation

     
      ตนเอง Me :  มีความสนใจ ตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการเรียนดี มีการตอบคำถาม

สม่ำเสมอ มีจิตสาธารณะในการช่วยอาจารย์จัดเตรียมอุปกรณ์ แต่งกายเรียบร้อย



     เพื่อน My friend : ตั้งใจเรียนกันดี มีความสนใจในการทำกิจกรรมเป้นอย่างมาก

เข้าเรียนตรงต่อเวลา มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน



     อาเจารย์ Teacher : สอนทำกิจกรรมสนุกและประทับใจมากๆ รู้สึกภูมิใจที่ได้เรียน

วิชานี้ เพราะ สามารถนำความรู้และกิจกรรมที่อาจารย์ได้นำเสนอไปปรับใช้ในอนาคตได้

เป็นอย่างดี โดยรวมการสอนของอาจารย์วันนี้ NO COMMENT ขอให้คะแนนการสอน 100 เต็ม

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10


Science Experiences Management for Early childhood


EAED3207 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


Timetable 08.30-12.20 Group 101 No. 31


18nd October 2014



  การเรียนการสอนในครั้งนี้อาจารย์ได้สอนในเรื่องของการเขียนแผนการจัดประสบการณ์

ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย  (Scientific plan for early childhood experience)

     
    โดยให้แต่ละกลุ่มนำ Mind mapping ตามหน่วยการเรียนของตนมาปรับใช้ในการเขียนแผน

ซึ่งมีหน่วยการเรียนรู้ต่างๆ ดังนี้


1.หน่วยการเรียนรู้เรื่องกล้วย  banana

2.หน่วยการเรียนรู้เรื่องข้าว rice

3.หน่วยการเรียนรู้เรื่องกบ fog

4.หน่วยการเรียนรู้เรื่องนม milk

5.หน่วยการเรียนรู้เรื่องผลไม้ fruit

6.หน่วยการเรียนรู้เรื่องมะพร้าว coconut

7.หน่วยการเรียนรู้เรื่องปลา fish

8.หน่วยการเรียนรู้เรื่องไก่ chicken

9.หน่วยการเรียนรู้เรื่องน้ำ water

10.หน่วยการเรียนรู้เรื่องต้นไม้ tree



สำหรับกลุ่มของกระผมนั้นได้ทำหน่วยการเรียนรู้เรื่องกล้วย banana ซึ่งสรุป

mind mapping ได้ดังรูปภาพข้างล่างนี้






    ในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยนั้นเราสามารถ

แบ่งได้ 3 ขั้น ดังนี้


   1.ขั้นนำ : ควรมีการใช้เพลง/เกม/นิทาน/คำคล้องจอง (หลังจากจบกิจกรรมดังกล่าวควรมีการ

ถามทบทวนเนื้อหาเพื่อทดสอบความจำของเด็ก) 


   2.ขั้นสอน : การจัดกิจกรรมต่างๆเช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เชื่อมโยงสู่ศิลปะสร้างสรรค์

หรือมีการเชื่อมโยงสู่การบูรณาการทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์


 3.ขั้นสรุป :  ครูและเด็กร่วมกับสรุปความรู้จากการทำกิจกรรมเพื่อทดสอบความรู้หรือ

ความเข้าใจของเด็ก


การประเมินผล  Evaluation


     ตนเอง Me : เข้าเรียนตรงต่อเวลามีการตอบคำถามขณะเรียน สนใจและตั้งใจเรียนดี


   
     เพื่อน My friend : มีความรับผิดชอบในการมาเรียนดี อาจมีบางกลุ่มหรือบางคนขาดเรียน

โดยรวมถือว่ามีความตั้งใจและสนใจกับเรียนเรียนเป็นอย่างดี



     อาจารย์ Teacher : มีความรับผิดต่่อหน้าที่ดีมากใส่ใจนักศึกษาเป็นอย่างดี ให้ความรู้ 

ข้อชี้แจงได้ชัดเจนและละเอียดมีการยกตัวอย่างนำเสนอให้เห็นภาพและเนื้อหาได้เป็นอย่างดี

    

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9



Science Experiences Management for Early childhood



EAED3207 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย



Timetable 08.30-12.20 Group 101 No. 31


16nd October 2014


       ในการเรียนการสอนในครั้งนี้อาจารย์ได้ให้นำเสนอ สื่อวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


(Materials science for preschool children) โดยมีการการนำเสนอสื่อวิทยาสาสตร์ ดังต่อไปนี้


1.ลูกข่างหลากสี 2.ไก่กระต๊าก 3. ขวดผิวปาก 4.กระป๋องโยกเยก 5.ดินสอกังหันลม


6.หลอดปั๊มน้ำ 7. ไหมพรมเต้นระบำ 8. กล้องส่องทางไกล 9. กลองลูกโป่ง 10. หลอดหมุนได้


11. ตุ๊กตาล้มลุก 12. ลูกปิงปองหมุนติ้ว ติ้ว 13. เรือลอยน้ำ 14. วงกลมหรรษา 15. รถพลังลม


16.ลูกข่าง 17.ลูกข่างหรรษา 18. นาฬิกาน้ำ 19. เสียงโพะ 20.ปืนลูกโป่ง


21.หนูน้อยกระโดดร่ม 22.ขวดหนังสติ๊ก 23.คลื่นทะเลในขวด 24.เหวี่ยงมหาสนุก


25.แท่นยิงลูกโป่งจากไม้ไอติม 26.เครื่องร่อนวงแหวน 27.รถแข่ง 28.หลอดเสียงสูง-ต่ำ


29.โทรสัพท์จากแก้วพลาสติก 30.น้ำเปลี่ยนสี 31.หนังสติ๊กหรรษา 32.แม่เหล็กตกปลา


33.เชียร์ลีเดอร์ 34. นักดำน้ำ 35.ลานหรรษา 36.ปิ๊งป่อง 37.กระป๋องบูมเมอแรง


38.แมงปอ 39.กบกระโดด 40.แก้วส่งเสียง 41.เป่าให้ลอย 42.หนังสติ๊กจากไม้ไติม


43.แมงกะพรุน 44.มหัศจรรย์ฝาหมุน 45.แก้วกระโดด 46.กังหันไฟฟ้าสถิต 47.เครื่องบินกระดาษ




สื่อที่เพื่อนๆทุกคนได้นำเสนอวันนี้ล้วนมีความเกี่ยงข้องทางวิทยาศาสตร์ คือ


1.การสั่นสะเทือน Vibration


2.ความถี่ธรรมชาติ natural frequency


3.จุดศูนย์ถ่วง center of gravity


4.แรงดัน pressure


สื่อของกระผมที่ได้นำเสนอวันนี้ คือ หลอดเสียงสูง-ต่ำ (Tube tone)


วัสดุ-อุปกรณ์ Material



           1.หลอดน้ำ 2.เทปกาวใส 3.กระดาษสี 4.กรรไกร 5. ปากกาเคมีหรือปากกาเมจิก







ขั้นตอนการทำหลอดเสียงสูงต่ำ Example


1.เตรียมหลอดมาจำนวน 8 หลอด โดยตัดขนาดของหลอดให้มีขนาดที่ต่างกัน





2.นำเทปกาวใสพันรอบหลอดทั้งด้านล่างและด้านบนตามรูป








3.นำหลอดวางบนกระดาษสี พร้อมนำเทปใสติดหลอดกับกระดาษ






4.พับกระดาษพร้อมติดติดเทปกาวใสเพื่อความหนาแน่น






5. ตกแต่งให้สวยงามตามจิตนาการ/ความชื่นชอบ






วิธีการเล่นหลอดเสียงสูง-ต่ำ How to play

 
       การเล่นหลอดเสียงสูง-ต่ำนั้น เราเล่นโดยเป่าลมด้านที่หลอดมีความยาวเท่ากัน


หรือขนานกัน โดยเราจะเป่าตามแนวยาว ซึ่งเราจะได้ยินเสียงหลอดที่มีความแตกต่างกัน


โดยเสียงนั้นจะเกิดจากการสั่นสะเทอนของหลอด หากหลอดไหนสั้นกว่าจะเกิดเสียงเร็วกว่า


หากหลอดไหนยาวกว่าก็จะเกิดเสียงช้ากว่า...




การประเมินผล Evaluation



      ตนเอง Me : ในการเรียนการสอนครั้งนี้ถือได้ว่ากระผมมีความตั้งใจอย่างมากในการเรียน

มีความสนใจการนำเสนอสื่อของเพื่อนๆทุกคน พร้อมรับฟังคำอธิบายของอาจารย์เป็นอย่างดี



     เพื่อน My friend : มีการนำเสนอสื่อที่มีความหลากหลายน่าสนใจ เพื่อนส่วนใหญ่ตั้งใจเรียนดี

เข้าเรียนตรงต่อเวลา ให้ความร่วมมือในการนำเสนอสื่อเป็นอย่างดี



     อาจารย์ Teacher : เข้าสอนตรงต่อเวลา มีการให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะเป็นอย่างดี

นึกถึงความสำคัญของนักศึกษาเป็นหลัก ให้ความรู้ได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน



บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

Science Experiences Management for Early childhood


EAED3207 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


Timetable 08.30-12.20 Group 101 No. 31


9nd October 2014


ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากมีการสอบกลางภาค ปีการศึกษาที่ 1/2557




วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

Science Experiences Management for Early childhood

EAED3207 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

Timetable 08.30-12.20 Group 101 No. 31

2nd October 2014



กิจกรรมในการเรียนครั้งนี้ ( Activities in class )


ชื่อกิจกรรม แกนทิชชูไต่ราว


อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ (Equipment )



1.กระดาษ (Paper) 2.กรรไกร (Scissors) 3.แกนทิชชู (Tissue paper) 4.ไหมพรม1 วา (yarn)


5.ดินสอ(Pencil) 6.กาว(Glue) 7.ที่เจาะกระดาษ (Paper Punches)




วิธีทำ ( How do )


1.ตัดแกนทิชชูให้มีขนาดพอเหมาะ แล้วเจาะรูให้เท่ากัน

2.นำกระดาษมาตัดเป็นวงกลมให้เท่ากับแกนทิชชู

3.วาดรูปที่เด็กๆชอบลงไปในกระดาษแล้วติดลงไป

4.นำไหมพรมสอดลงไปในรูทุก ๆ ด้านแล้วมัดปมให้แน่น เป็นอันเสร็จเรียบร้อย








ภาพขณะเล่น : หากเราดึงเชือกกว้างขึ้น จะทำให้แกนทิชชูเลื่อนขึ้นเรื่อยๆ



สรุปกิจกรรม ( Summary of Activities )

       
        จากกิจกรรมที่ทำทำวันนี้สามารถสรุปได้ว่าการที่แกนทิชชูสามารถเลื่อนขึ้นนั้นเกิดจาก 

การเกิดแรงเสียดทานระหว่างเชือกและแกนทิชชู ซึ่งอาจสรุปได้ดังนี้

        
         แรงเสียดทาน (friction) เป็นแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุหนึ่งพยายามเคลื่อนที่ หรือกำลังเคลื่อนที่ไป

บนผิวของอีกวัตถุ เนื่องจากมีแรงมากระทำ มีลักษณะที่สำคัญ ดังนี้


1. เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ


2. มีทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่วัตถุเคลื่อนที่หรือตรงข้ามทิศทางของแรงที่พยายาม

ทำให้วัตถุเคลื่อนที่



การประเมิน (assessment)

     
      ตนเอง(Me) แต่งกายถูกระเบียบ มาเรียนตรงต่อเวลา สนใจในการเรียนดี อาจมีคุยเล่นกับเพื่อน

บ่อยกว่าทุกครั้ง ควรปรับปรุงในการเรียนครั้งต่อไป


       
       เพื่อน (Friend) เข้าเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจและสนใจเรียนดี ให้ความร่วมมือในการเรียนดี



       อาจารย์ (Teacher) เข้าสอนตรงต่อเวลา มีการนำวิธีการสอน การทำสื่อที่น่าสนใจให้นักศึกษา

ให้ความรู้อย่างเต็มที่และใส่ใจต่อการสอนมาก

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6





Science Experiences Management for Early childhood


EAED3207 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


Timetable 08.30-12.20 Group 101 No. 31


25th September 2014 




กิจกรรมในห้องเรียนครั้งนี้

            
ชื่อกิจกรรม ลูกยางกระดาษ

 อุปกรณ์ 

 1.กระดาษ (paper)  

2.กรรไกร (Scissors)   

3.คลิปหนีบกระดาษ(paperclip)


ขั้นตอนการทำ (Procedures)


1. ตัดกระดาษให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
2.พับกระดาษเป็นสองส่วน เท่า ๆ กัน
3.ตัดกระดาษจากริมเข้าไปสู่ด้านในจนถึงครึ่งกระดาษ
4.พับริมกระดาษฝังตรงข้ามเข้ามานิดนึงแล้วนำคลิปหนีบไว้
5.ตกแต่งให้สวยงาม






ผลที่ได้รับจากการทำกิจกรรมลูกยางกระดาษ

    
  การสังเกต ( observation ) การเกิดแรงโน้มถ่วง ( The gravity ) จากการทำกิจกรรมโดยเมื่อ

ลูกยางหล่นลงจากที่สูงจะแรงต้านทาน( resistance )ที่ทำให้เกิดการหมุน( rotation ) 

โดยกิจกรรมนี้มีการทดลอง ( trials ) โดยให้เด็กได้เล่น ( play ) ซึ่งการเล่นถือว่าเป็นเครื่องมือ

อย่างหนึ่ง ที่ให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง เรียกว่า การจัดกิจกรรมสอดคล้องกับวิธีการ

เรียนรู้(Learning)



         หลังจากการทำกิจกรรมเสร็จแต่ละกลุ่มก็ได้นำ mind map หน่วยการเรียนรู้ต่างๆมาติดให้

เพื่อนๆได้ศึกษากัน โดยกลุ่มของกระผมได้ทำหน่วยการ้รียนรู้เรื่อง กล้วย ซึ่งสรุปได้ดังรูปภาพ

ด้านล่างนี้




การสรุป mind map ครั้งที่ 1





การสรุป mind map ครั้งที่ 2 หลังจากได้รับคำแนะนำจากอาจารย์




การประเมิน (assessment)




             ตนเอง(Me) แต่งกายถูกระเบียบ เข้าเรียนตรงต่อเวลามีความสนใจในการเรียนดีให้


ความร่วมมือกับการทำกิจกรรมอย่างเต็มที่


              เพื่อน (Friend) เข้าเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจเรียนดี อาจมีคุย/เล่นบ้างบางส่วน


            อาจารย์ (Teacher) แต่งกายเหมาะสม มีความตรงต่อเวลามาก มีการสอนที่น่าสนใจและ
มีการนำเสนอกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นความรู้ให้กับนักศึกษาได้เป็นอย่างดี